ผู้จัดการออนไลน์ – ตำรวจลอบยิงแก๊สน้ำตาหลายสิบลูกใส่กลุ่มพันธมิตรฯ ที่หน้ารัฐสภา ผู้กลุ่มชุมนุมสุดเดือด ฮึ่มปักหลักแน่นไม่ยอมให้สลายการชุมนุม บาดเจ็บอื้อ สาหัสแล้ว 3 ราย แพร่ภาพมีขาขาดแล้ว 1 ราย พปช.ไม่สนหลั่งเลือดประชาชน เดินหน้าประชุมสภารับรัฐบาลแถลงนโยบา

 (ภาพวีดีโอ คลิกที่นี่ http://www.manager.co.th/Multimedia/ViewVideo.aspx?NewsID=9510000118755)
       เมื่อเวลาประมาณ 06.20 น. บริเวณถนนราชวิถี และหน้าสวนสัตว์ดุสิต ได้มีการสั่งการให้ตำรวจปราบจลาจลยิงแก๊สน้ำตา และใช้กำลังเจ้าหน้าที่หลายร้อยนายจู่โจม เพื่อหวังสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ เพื่อให้เจ้าหน้าที่รัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาสามารถเข้าประตูด้านข้างของรัฐสภา อย่างไรก็ตาม ด้านหน้ารัฐสภายังมีผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ ชุมนุมอยู่หลายพันคน ทำให้ผู้ชุมนุมต่างต้องหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำขึ้นมาปิดหน้า
       
       ขณะเดียวกัน มีการลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บขึ้นรถผ่านด้านหน้าสภา ออกไปทางด้านลานพระบรมรูปทรงม้า อย่างไรก็ตาม นายศิริชัย ไม้งาม แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยรุ่น 2 ได้ยืนยันว่า กลุ่มพันธมิตรฯ จะไม่เลิกล้มความตั้งใจที่จะขัดขวางการแถลงนโยบายของรัฐบาล และจะปักหลักอยู่บริเวณหน้าถนนอู่ทองใน ขณะที่นายสาวิทย์ แก้วหวาน แกนนำรุ่น 2 อีกคนได้ให้สัมภาษณ์กับ สถานีโทรทัศน์สีช่อง 3 ว่า ทางกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่ได้รับการเจรจาหรือประสานจากรัฐบาลก่อนการเข้าสลายแต่อย่างใด
       
       ทั้งนี้ หลังจากที่เปิดประตูด้านข้างรัฐสภาได้แล้ว ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบจลาจลหลายกองร้อยได้เข้าไปอยู่ในบริเวณภายในพื้นที่รัฐสภาแล้ว ขณะเดียวกัน บริเวณถนนพิชัย หน้าพรรคชาติไทยได้มีการวางเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ประมาณ 400 นายเพื่อดักกลุ่มผู้ชุมนุม
       
       สำหรับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ได้รับบาดเจ็บมีการแจ้งว่ามีการนำตัวส่งไปที่ รพ.วชิรพยาบาล ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุที่สุด ด้านนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองโฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 ว่า หน้าที่ประชุมสภา เป็นหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งการประชุมก็ต้องดำเนินต่อไปอยู่แล้ว แม้ว่าบรรยากาศจะเป็นเช่นนี้ก็ตาม ถึงขณะนี้ไม่มีการติดต่อจากนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯ ให้ย้ายที่ประชุมสภาแต่อย่างใด
       
       “เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นได้ ก็มีประชาชนไม่พอใจกลุ่มผู้ชุมนุมเยอะแยะนะครับ เราคนไทยด้วยกัน บ้านเมืองก็กำลังจะเกิด ส.ส.ร.3 (สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ) ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี” รองโฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าว
       
       ต่อมา เมื่อเวลา 07.00 น. จากการรายงานของสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่าจากข้อมูลของวิทยุตำรวจมีรายงานแล้วว่า ณ ปัจจุบันมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 รายด้วยกัน ขณะที่ช่อง 3 ได้มีการเผยแพร่ภาพว่ามีผู้บาดเจ็บจำนวนมากที่มีแผลไฟไหม้ ขณะเดียวกันก็มีผู้ชุมนุมคนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณขาอย่างหนัก โดยภาพที่ออกมาผู้สื่อข่าวระบุว่าผู้ชุมนุมถึงกับขาขาดเลยทีเดียว
       
       อนึ่ง พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ นายทหารกองทัพบกได้เข้าพยายามควบคุมสถานการณ์ด้วยตัวเอง ทว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามผลักดัน พล.อ.ปฐมพงษ์ โดยไม่สนใจ
       
       เวลาประมาณ 07.10 น. นางมาลีรัตน์ แก้วก่า อดีต ส.ว.สกลนคร ปล่าวบนเวทีปราศรัยหน้ารัฐสภาว่า ขณะนี้นายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความพันธมิตรฯ กำลังรวบรวมบสถิติผู้บาดเจ็บจากการสลายการชุมนุมหน้ารัฐสภาทั้งหมด เพื่อฟ้องต่อสหประชาชาติ
       
       รายงานข่าวแจ้งนาทีชีวิตว่า หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหลายร้อยนายตรึงกำลังประชิดกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่บริเวณ 3 แยกพิชัย บริเวณประตูปราสาทเทวฤทธิ์ ซึ่งจะเข้าสู่อาคารรัฐสภา 2 โดยก่อนหน้านั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้ปิดการชุมนุม
       
       จากนั้นตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนหลาย 10 นัด โดยระดมยิงอยู่ประมาณ 10 นาที ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมหมอบลง และถอยร่นไปยังถนนราชวิถี บริเวณถนนอู่ทองใน จากนั้นตำรวจได้เข้ายึดพื้นที่บริเวณแยกดังกล่าว และตั้งแนวอยู่ที่บริเวณแยกอู่ทองใน
       
       ในส่วนของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ถอยร่นออกไปนั้น มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการยิงแก๊สน้ำตาจำนวนหลายสิบคน และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากสะเก็ดระเบิด ทราบภายหลังเป็นเป็นผู้สื่อข่าว จส.100 โดยมีบาดแผลฉกรรจ์ที่บริเวณเข่าซ้าย ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย เป็นเพศหญิง พบว่าโดนสะเก็ดระเบิดจนเป็นแผลฉกรรจ์ที่บริเวณเท้าด้านซ้าย สำหรับผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมากที่โดนพิษของแก๊สน้ำตานั้น เบื้องต้นได้ทำการรักษาพยาบาลโดยการใช้น้ำสะอาดล้างตาอย่างเร่งด่วนแล้ว
       
       ด้าน นายสำราญ รอดเพชร แกนนำพันธมิตรฯ รุ่น 2 กล่าวบนเวทีปราศรัยหน้ารัฐสภา ยืนยันว่ามีผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บขาขาด 1 ราย ถกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว ขณะที่นายพิชิต ไชยมงคล โฆษกบนเวทีปราศรัยหน้ารัฐสภา กล่าวว่า ตำรวจจงใจยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางเข้าใส่กลุ่มคนจำนวนมาก ซึ่งผิดหลักการสลายการชุมนุมที่ควรจะยิงขึ้นฟ้า หรือยิงไปยังจุดที่มีคนน้อยหรือมีคน
       
       รายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ ส.ส.อุดรธานี พรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นสมาชิกคนแรก ได้เดินทางเข้ารัฐสภาโดยใช้รถยนต์ฮอนด้า ซีวิค อีกทั้งยังได้โบกไม้โบกมือให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าควบคุมสถาการณ์ในครั้งนี้ด้วย
       
       สำหรับเป้าประสงค์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยิงแก๊สน้ำตาเพื่อสลายการชุมนุมนั้น คาดว่าต้องการเปิดประตูปราสาทเทวฤทธิ์ ด้านอาคารรัฐสภา 2 เพื่อเปิดทางให้ ส.ส.เข้าประชุมสภาวันนี้
       
       ด้านสำนักข่าวประเทศได้รายงานเหตุการณ์สลายการชุมนุมบริเวณหน้ารัฐสภาว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้ชุมนุมที่ปิดถนนหน้ารัฐสภาเพื่อเปิดเส้นทาง โดยสำนักข่าวเอพีระบุว่า มีเสียงปืนดังขึ้นด้วย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงยืนยันว่า การสลายการชุมนุมครั้งนี้ใช้เพียงแก๊สน้ำตาเท่านั้น
       
       เมื่อเวลา 07.20 น. ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเคลียร์พื้นที่บริเวณหน้ารัฐสภา และกลุ่มผู้ชุมนุมยังคงปักหลังอยู่บริเวณแยกอู่ทองในพบว่ามีเฮเลิคอปเตอร์จำนวน 3 ลำบินมาลงที่กรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ใกล้บริเวณที่มีการสลายการชุมนุม
       
       หลังจากนั้น เวลา 07.30 น. นายศิริชัย ไม้งาม แกนนำพันธมิตรฯ รุ่น 2 ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่แยกอู่ทองในว่า การสลายการชุมนุมในครั้งนี้ ถือว่าเจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุ ทำให้ผู้ชุมนุมเกิดความสูญเสีย บางรายถึงขั้นขาขาด อีกทั้งได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งจากการประเมินในเบื้องต้นบาดเจ็บประมาณ 100 คน ขณะที่ผู้บาดเจ็บสาหัสมีประมาณ 10 คน ถึงจุดนี้แล้วตนไม่ได้สนใจการประชุมแถลงนโยบาย ของรัฐบาล แต่สนใจการใช้คสวามรุนแรงต่อประชาชน ซึ่งรัฐบาลต้องรับผิดชอบ
       
       นายศิริชัย กล่าวว่า ต่อจากนี้ พันธมิตรฯ จะมีการประเมินสถานการณ์เป็นรายชั่งโมง แต่ยืนยันว่าจะยึดพื้นที่ไว้ก่อน และแก้ไขสถานการณ์ไปตามสภาพ และเชื่อว่าประชาชนจะมาร่วมชุมนุมเพิ่มมากขึ้น และเชื่อมั่นว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในเร็วๆ นี้
       
       ทั้งนี้พันธมิตรฯ ยังตั้งเวทีหลักอยู่ที่ถนนอู่ทองใน หน้าประตูรัฐสภา ตรงข้ามเขาดิน ขณะที่แนวของกลุ่มผู้ชุมนุมยังตรึงอยู่ด้านถนนราชวิถี ใกล้แยกอู่ทองใน ขณะที่เจ้าหน้าที่ มีการสับเปลี่ยนกำลังตรึงแนวดังกล่าวไว้เช่นกัน
       
       เมื่อเวลา 7.36น. พล.อ.ปฐมพงษ์ ขึ้นเวทีปราศรัยชั่วคราว หน้ารัฐสภา ประกาศร่วมต่อสู้เคียงข้างประชาชน
       
       เมื่อเวลา 7.45น. นายสำราญ รอดเพชร แกนนำพันธมิตรฯ รุ่นสอง ขึนเวทีชั่วคราว ปราศรัยประณามการกระทำของตำรวจที่ใช้ความรุนแรงกับประชาชนมือเปล่า จากนั้น นายบรรจง นะแส ขึ้นเวทีชั่วคราวกล่าวปราศรัย
       
       เมื่อเวลา 8.10น. พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ ส.ส.อุดรธานี พรรคพลังประชาชน ซึ่งอยู่ด้านในบริเวณรัฐสภา ได้เดินมาแสดงอากัปกิริยายั่วยุต่างๆนานา และยกนิ้วกลางให้ผู้ชุมนุม
       
       เมื่อเวลา 8.20น. โฆษกบนเวทีชั่วคราว ได้นำหลักฐานเป็นสเก็ดระเบิดและสลักระเบิดจำนวนมาก รวมทั้งเศษชิ้นเนื้อ นิ้วมือ ของคน มาโชว์ให้ผู้ชุมนุมดู โดยระบุว่า ทีมพยาบาลอาสาซึ่งตรวจสอบโดยรอบพื้นที่หน้ารัฐสภา เก็บมาได้

แถลงการณ์สายรุ้งประชาธิปไตย

เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ สร้างประชาธิปไตยในฝันของประชาชน

 

สายรุ้ง                    เป็นตัวแทนแห่งความหวัง เพราะหลังจากเมฆฝนพายุร้ายผ่านไป รุ้งงามก็จะปรากฏ                                                                   สร้างสีสันความงามแก่ท้องฟ้า

สายรุ้ง                    เป็นตัวแทนแห่งความหลากหลาย หากแต่สามารถสอดประสานกลมกลืน

สายรุ้ง                    เป็นความอ่อนน้อมงดงาม ทุกเส้นโค้งสอดรับ โค้งทอดถึงกันไม่ยึดติดในตัวตน

สายรุ้ง                    เป็นตัวแทน ของความเป็นเอกภาพ และหนึ่งเดียวบนความหลากหลาย

                                สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

 

ประชาธิปไตยคืออะไร

ประชาธิปไตยเป็นมากกว่าระบบตัวแทน มากกว่าการเลือกตั้ง มากกว่าเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อย

มากกว่าการเล่นเกมแห่งอำนาจ

ประชาธิปไตย เป็นเครื่องมือหนึ่งในการสร้างสังคม ที่นำไปสู่ความสงบ สันติสุข ทุกคนได้มีสิทธิเสรีภาพ เท่าเทียมกัน และสร้างเสริมคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้ทุกคนในสังคม

 

ในภาวะแห่งความมืดครึ้ม สายฝนสาดกระหน่ำ สังคมต้องการความหลากหลาย เฉกเช่นสีแห่งสายรุ้ง เพื่อความหวัง สันติ ให้ผ่านพ้นไปโดยไม่ต้องรอพายุร้ายสาดกระหน่ำ

 

ร่วมสรรสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ประชาธิปไตย ด้วยสันติ โดยประชาชน เพื่อประชาชน

·        ร่วมเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ประชาธิปไตยด้วยสันติให้เกิดขึ้นหลากหลายพื้นที่ หลากหลายรูปแบบ

        ด้วยพลังของประชาชนเอง

·        สื่อสร้างสรรค์ประชาธิปไตยเพื่อสันติ ไม่สร้างความขัดแย้ง นำเสนอข้อมูลที่รอบด้าน ไม่เลือกข้าง

        ทำให้คนในสังคมได้เกิดกระบวนการเรียนรู้ ให้คนได้คิดวิเคราะห์ แยกแยะด้วยเหตุและผล

·        สังคมร่วมกันผลักดันให้เกิดการศึกษาเรียนรู้ทั้งในและนอกระบบ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ประชาธิปไตย

        อย่างสันติ

 

ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนทุกคน ต้องมีส่วนร่วมในการแต่งแต้มสีสันที่หลากหลายทางความคิด

และการแสดงออกในการร่วมกันปฏิรูปการเมืองไทย

 

ด้วยศรัทธา เชื่อมั่น

โดย เครือข่ายสื่อเพื่อเด็ก เยาวชน ครอบครัว นักศึกษา ประชาชนคนธรรมดา

http://www.matichon.co.th/mtc-flv-window.php?newsid=1221041617

คลิกดูคลิ๊ปวีดีโอ พระพรหมคุณาภรณ์ ได้ที่ลิงค์นี้

เรียน ทุกท่าน

ท่านสามารถติดตามการถ่ายทอดสดการเสวนาได้ที่ www.thaiban.org  เรื่อง  ไปให้พ้นหลุมดำการเมืองเก่า โดย ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 ในวันที่ 12 กันยายน 2551 เวลา 18.00-21.00 น.  ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อทางฝ่ายประสานงาน โทร. 087-809-3057

เครือข่าย สังคมไทยร่วมใจปฏิเสธความรุนแรง

เรียนเชิญประชาชนและสื่อมวลชนผู้นิยมความรักและสันติภาพ

      เนื่องด้วยสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้เกิดความรุนแรง และมีแนวโน้มที่จะรุนแรง ยิ่งขึ้นอันนำมาสู่ความขัดแย้งของประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ เครือข่ายไม่เอาความรุนแรง ซึ่งรวมเครือข่ายศาสนิกชนเพื่อสันติภาพ เครือข่ายนักศึกษา คณาจารย์ นักธุรกิจ องค์กรภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป จึงได้ร่วมมือกัน ระหว่างในการช่วยลดความขัดแย้งด้วยการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ด้วยมีความเชื่อว่าการไม่ใช่ความรุนแรงนั้นยิ่งใหญ่กว่าการใช้ความรุนแรง ตามหลักอหิงสา โดยเครือข่ายฯได้ขอกรุณาให้ผู้นำทางศาสนาร่วมกันสวดมนต์ขอพร ทำภาวนาให้กับแผ่นดินและร่วมกันจุดเทียนอย่างพร้อมเพรียงกัน ทุกวันเวลา 19.00 น. พร้อมกันทั่วประเทศนับจากวันนี้จนกว่าเหตุการณ์บ้านเมืองจะคลี่คลาย


โดยที่กรุงเทพมหานคร ทุกวันศุกร์ 19.00 น. จะร่วมกับสวดภาวนาจุดเทียนเพื่อสันติภาพที่ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันจุดเทียนในวันนี้
12 กันยายน 2551

จึงขอความร่วมมือ ประชาชนชาวไทยผู้ใฝ่สันติภาพมาพร้อมเพรียงกันเพื่อแสดงพลังไม่เอาความรุนแรง

กรุณานำเทียนไปร่วมงานสำหรับตนเองและแจกจ่ายให้เพื่อนร่วมอุดมการณ์สันติวิธี

ชนินทร์

089 114 3302

ประสานงาน

(เนื่องด้วยผู้เขียน คือ จันจิรา สมบัติพูนศิริ เป็นเพื่อนสนิทกัน จึงขอนุญาติเธอเอาบทความที่เพิ่งเขียนสดๆร้อนๆมาลงไว้เผื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาและทำความเข้าใจเรื่องสันติวิธีและการเมืองไทยขณะนี้ค่ะ-โพสต์โดย นันทินี)

“จากยะลาถึงกทมว่าด้วยสันติวิธี และการเมืองเรื่อง “พื้นที่”

จันจิรา สมบัติพูนศิริ

สันติวิธีสากล และศูนย์ข่าวสารสันติภาพ มูลนิธิเพื่อการศึกษาประชาธิปไตยและการพัฒนา

บทความจากยะลาภึงกรุงเทพ..ว่าด้วยสันติวิธีและการเมืองเรื่อง”พื้นที่”

เรียนบรรณาธิการฝ่ายข่าวการเมือง

ขอเชิญร่วมเปิดตัวกิจกรรม สายรุ้งประชาธิปไตย ร่วมสร้างประชาธิปไตยในฝันของประชาชน

 การรวมตัวของคนไทยที่ไม่เลือกสีเพื่อเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ การเมืองโดยประชาชน เพื่อประชาชน

 อิสระที่จะคิด อิสระที่จะพูด อิสระที่จะแสดงออก พร้อมเปิดรับข้อมูลที่รอบด้านอย่างสันติ และ ไม่ใช้ความรุนแรง

วันที่ 12 กันยายน 2551

กับรูปแบบการแสดงออกที่หลากหลาย

สำหรับ คนช่างคิด พูด วาดระบาย แต่งแต้ม ร้อง เล่น เต้น

13.30 น.    เวทีคนธรรมดาพูดคุยหาทางออก “ปฎิรูปการเมืองร่วมกัน”

                        (ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลาคม ด้านใน)

16.00 น.    เด็ก เยาวชน ครอบครัว คนธรรมดา และไม่ธรรมดา

                        ปฎิบัติการสายรุ้ง “สร้างประชาธิปไตยในฝัน”

                สังสรรค์ความคิด สรุปแผนจัดกิจกรรมเปิดพื้นที่สร้างสรรค์การเมืองไทย

                        (ลานกิจกรรมอนุสรสถาน 14 ตุลาคม ด้านนอก)

18.00 น.    เปิดตัวกิจกรรม ร่วมสร้างประชาธิปไตยในฝันของประชาชน

                        เครือข่ายเด็กและเยาวชน         เครือข่ายครอบครัว

                        เครือข่ายสื่อ                             เครือข่ายชาวบ้านคนธรรมดา

                        (อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย)

ติดต่อสอบถามรายละเอียด คุณจอม 089-488-6629 / คุณเอมิ 0840302988

*******************************************
แผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเยาวชน (สสย.)
979 /62 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ ชั้น 23
ถ.พหลโยธิน สามเสนใน กทม.10400
โทรศัพท์ 02-298-0669
โทรสาร 02-298-0671
อีเมลล์ childsmedia@yahoo.com
ketsarinami@gmail.com

จากการที่ดิฉันได้ forward email เพื่อชวนใส่เสื้อดำเพื่อยุติความรุนแรงในสังคมนั้น ปรากฏว่าได้รับการตอบสนองอย่างดีมาก

หลายท่านเสนอว่า ควรจะจัดกิจกรรมเพื่อเปิดพื้นที่ทางเลือกในสังคม ซึ่งอาจจะเป็นทางเลือก/ทางออกอีกทางให้กับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้

เพราะเราคงเห็นร่วมกันว่า สังคมคงไม่มีทางออก ถ้าเหลือแค่ทางเลือก 2 ทางนั้น แต่เราจะขยายโจทย์ ขยายประเด็นการถกเถียงให้คนธรรมดาอย่างเราได้มีส่วนร่วมในการถกเถียงบ้าง

 

      ดิฉันและเพื่อนๆ กลุ่มหนึ่ง จึงพยายามสร้างเวที และหาพื้นที่ให้พวกเราได้พูดคุย หาทางออกร่วมกัน โดยขอเรียนเชิญทุกท่านที่เห็นว่า เราจำเป็นต้องสร้างทางเลือกของเราเอง เพื่อฝ่าข้ามจากวิกฤติการเมืองและสังคมที่เกิดขึ้นในเวลานี้ (Breaking the Political Dilemma with our Alternative!!)

มาร่วมการสัมมนาประชาชน ในหัวข้อ ‘ฝ่าข้ามวิกฤตการเมืองด้วยวาระการปฏิรูปการเมืองภาคประชาชน’

     โดยมีจุดยืนสำคัญที่ต้องการเสนอคือ

     1. เรียกร้องให้สังคมตั้งสติ และพิจารณาโจทย์ในการเปลี่ยนแปลงสังคมร่วมกัน ว่าสังคมกำลังเผชิญปัญหาอะไร และควรจะมีทิศทางในการเปลี่ยนแปลงอย่างไร  ไม่ใช่เพียงแต่ทำตามผลประโยชน์หรือการเรียกร้องของคนกลุ่มใดกล่มหนึ่ง   

     2. เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการกระทำที่สุ่มเสี่ยงต่อการใช้ความรุนแรงในสังคม ลดเงื่อนไขเพื่อนำไปสู่การเจรจาและการปฏิรูปอย่างสันติ

     3. ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขสถานการณ์ด้วยการใช้กำลัง และการละเมิดสิทธิมนุษยชนของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือการรัฐประหารในอนาคต

     4. เราขอเสนอแนวทางการแก้ปัญหาระยะยาวด้วยการปฏิรูปการเมือง โดยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในสังคม

และขอเรียกร้องและเชิญชวนให้ทุกท่านมาร่วมกัน กำหนดวาระการปฏิรูปการเมืองภาคประชาชนร่วมกัน อันจะนำไปสู่การรณรงค์ให้เกิดการปฏิรูปการเมืองในภาคประชาชนต่อไป

เพราะเราคงหวังให้ภาคการเมือง และแม้แต่พันธมิตร เป็นผู้ผูกขาดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่มีผลกับพวกเราทุกคนไม่ได้

 

ถ้าเราอยากได้การปฏิรูปทางการเมือง เราต้องมาร่วมกันกำหนดวาระการปฏิรูปการเมืองภาคประชาชน

 

พบกันที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา

วันศุกร์ที่ 12 กันยายน 2551  ตั้งแต่เวลา 13.30 เป็นต้นไป
 

ท่านใดที่เห็นด้วยกับการเปิดเวทีทางเลือกแบบนี้ รบกวนช่วยกัน forward email ให้เพื่อนๆ และเครือข่ายด้วยนะคะ

และถ้าใครมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดเวที หรือมีแรงช่วยคิด ช่วยทำ ติดต่อได้ที่ jgawao@gmail.com นะคะ

เรายังต้องการการมีส่วนร่วมจากทุกท่าน

 

กาเหว่า

+ประทับจิต

 

ปล. ถ้าท่านใดอยากใส่เสื้อสีดำมาร่วมงานก็เชิญตามสะดวกนะคะ

สุรางค์รัตน์ จำเนียรพล
สถาบันวิจัยสังคม จุฬาฯ
02 2187327 Fax 02 2155523

ด้วยขณะนี้สังคมไทยบางส่วนกำลังมีความขัดแย้งอย่างหนักถึงขั้นเผชิญหน้ากัน และเริ่มมีการใช้ความรุนแรงต่อกันจนมีการสูญเสียชีวิตบ้างแล้ว ในสภาพที่ต่างฝ่ายต่างยืนกรานในข้อเรียกร้องของตน ไม่ยอมโอนอ่อนเข้าหากัน การแยกข้างแบ่งขั้วจึงมีแนวโน้มที่จะลุกลามขยายตัวเป็นความรุนแรงรอบใหม่ที่อาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายยิ่งกว่าเดิม หากถึงจุดนั้นเมื่อใดความหายนะอย่างใหญ่หลวงก็จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยทั้งประเทศอย่างยากจะเยียวยาได้ และจะกลายเป็นบาดแผลที่ฝังลึกในใจของคนทั้งชาติไปชั่วกาลนาน
ในยามที่ความขัดแย้งยังไม่มีทางออกที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ และยังไม่มีฝ่ายใดยอมหันหน้าเข้าหากัน อย่างน้อยมีสิ่งหนึ่งที่ทุกฝ่ายน่าจะทำได้และน่าจะเห็นพ้องต้องกัน ได้แก่การจำกัดขอบเขตความขัดแย้งไม่ให้ลุกลามจนถึงขั้นใช้กำลังต่อกัน เพราะหากเกิดขึ้นแล้วย่อมไม่เป็นผลดีต่อทุกฝ่าย รวมทั้งประเทศชาติอันเป็นที่รักของทุกคน ด้วยเหตุนี้พวกเราในฐานะบรรพชิตที่ปรารถนาให้สันติสุขเกิดขึ้นในแผ่นดินไทย จึงขอบิณฑบาตต่อทุกฝ่ายโปรดงดใช้ความรุนแรง รวมทั้งพยายามป้องกันมิให้ความรุนแรงเกิดขึ้นจากฝ่ายของตนทั้งโดยวาจาและการกระทำ อันเป็นข้อปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธองค์
มาตรการหนึ่งที่จะช่วยป้องกันมิให้ความรุนแรงเกิดขึ้นได้ ก็คือการไม่มีอาวุธหรืออุปกรณ์ที่ใช้เป็นอาวุธได้อยู่ในครอบครอง แม้ว่าแต่ละฝ่ายมีเหตุผลว่าเพื่อป้องกันตัวเองก็ตาม แต่การที่แต่ละฝ่ายมีอาวุธอยู่ในมือย่อมก่อความระแวงให้อีกฝ่ายหนึ่ง ทำให้ต้องหาอาวุธมาไว้ป้องกันตนเองบ้าง ยิ่งสะสมมากเท่าไรก็ยิ่งเพิ่มความเป็นปฏิปักษ์ต่อกันให้มากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นพวกเราจึงขอบิณฑบาตอาวุธจากทุกฝ่ายด้วย หากแต่ละฝ่ายแสดงให้เห็นอย่างเปิดเผยว่าฝ่ายของตนปลอดอาวุธอย่างสิ้นเชิง ก็จะช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความไว้วางใจให้เกิดขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการแสวงหาทางออกอย่างสันติวิธี อันเป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนต้องการเห็น
ความรุนแรงไม่เคยแก้ปัญหาได้ มีแต่จะสร้างปัญหาให้เพิ่มมากขึ้น จึงขอให้ทุกฝ่ายมีความอดกลั้นต่ออารมณ์ ไม่ลุแก่โทสะ อย่าปล่อยให้ความโกรธ ความเกลียด และความกลัวครอบงำใจจนเห็นอีกฝ่ายเป็นศัตรูที่ต้องทำร้ายให้พินาศ พึงมีเมตตาและปรองดองต่อกันโดยระลึกเสมอว่าคนไทยทุกคนล้วนเป็นพี่น้องภายใต้พระบรมโพธิสมภารเดียวกัน

พระศรีญาณโสภณ
พระไพศาล วิสาโล
พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี
แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

๙ กันยายน ๒๕๕๑

องค์กรร่วมสนับสนุน : องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก, ยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก, พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย, ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย, เสถียรธรรมสถาน,สถาบันวิมุตตยาลัย, เครือข่ายพุทธิกา

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดประชุมเสวนาวิชาการสถานการณ์ทางการเมือง เรื่อง ”ประชาธิปไตยไทยจะไปรอดได้อย่างไร?” ในวันที่พฤหัสบดีที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๕๑ เวลา ๑๓.๐๐ น.-๑๖.๐๐ น. ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมได้ ณ วันเวลาดังกล่าว

ร่วมยุติความรุนแรงได้ที่นี่

เชิญชวนทุกท่านช่วยกันยุติการรุนแรงต้องการสันติ ด้วยการรวบรวมรายชื่อ ตามวิธีที่สะดวก ดังนี้

  • โทรแจ้งนามผ่าน call center 082-331-3413 ถึง 9 หรือ 082-331-3458 ถึง 60
  • รวบรวมรายชื่อ-นามสกุล และที่ติดต่อ (โทร./แฟกซ์/อีเมล์) ส่งมาที่ thaipeaceaction@gmail.com หรือแฟกซ์ 02-536-4136

    Click to join ThaiPeaceAction กดปุ่มเพื่อร่วมรับข่าวสารทางอีเมล์กรุ๊ปที่นี่

  • จำนวนการคลิกสุงสุด