โครงการเพื่อนรับฟัง
สืบเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้น มีผลทำให้ประชาชนในประเทศเกิดการแตกแยก แบ่งออกเป็นฝักเป็นฝ่าย ซึ่งการแตกแยกเช่นนี้ทำให้แต่ละฝ่ายไม่สามารถหันหน้าเข้าหากันเพื่อหาทางออกอย่างสันติได้ และมีแนวโน้มที่จะนำสังคมไปสู่ความรุนแรงที่มากขึ้นเรื่อยๆ
กลุ่มคนผู้รักสันติ ซึ่งเป็นห่วงเป็นใยต่อสถานการณ์ความแตกแยกที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เห็นว่าในภาวะเช่นนี้ จำเป็นจะต้องมีกลุ่มที่เป็นกลางและสามารถรับฟังทุกฝ่ายได้ เพื่อสมานรอยร้าวในสังคม เราจึงรวมตัวกันเพื่อจัดทำโครงการ “เพื่อนรับฟัง” ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังทุกกลุ่ม และพยายามก่อให้เกิดความเข้าใจกันระหว่างกลุ่มต่าง ๆ โดยกลุ่มจะเปิดรับอาสาสมัครที่สนใจ ทำการอบรมเพื่อให้เข้าใจเป้าหมายและวิธีการ รวมทั้งฝึกทักษะการรับฟังเพื่อสร้างความเข้าใจ ก่อนจะเข้าไปรับฟังกลุ่มต่าง ๆ หลังจากนั้นอาสาสมัครจะสื่อสารสิ่งที่ได้รับฟังมาสู่สาธารณะ
ในโครงการระยะที่ ๑ กลุ่มเป้าหมายที่อาสาสมัครจะเข้าไปรับฟังคือ
๑ ฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แบ่งเป็น
- แกนนำ
- ฝ่ายปฎิบัติการส่วนต่าง ๆ
- ผู้ร่วมชุมนุม
- ผู้สนับสนุนที่ไม่ได้มาร่วมชุมนุม
๒ ฝ่ายแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ แบ่งเป็น
- แกนนำ
- ฝ่ายปฏิบัติการส่วนต่าง ๆ
- ผู้ร่วมชุมนุม
- ผู้สนับสนุนที่ไม่ได้มาร่วมชุมนุม
๓ ตำรวจ แบ่งเป็น
- ระดับสั่งการ
- ระดับปฏิบัติการ
ผู้สนใจเป็นอาสาสมัครสามารถติดต่อได้ที่
ใจสิริ วรธรรมเนียม
ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล
๐๒–๘๔๙–๖๐๗๒-๕
ศานตินิมิต
พิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศล แด่ วีรชน ๗ ตุลา ๒๕๕๑
พตท.เมธี ชาติมนตรี และ นางสาวอังคณา ระดับปัญญาวุฒิ
วันพุทธที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๑ ( แรม ๑ ค่ำเดือน ๑๑ )
ÿ ÿ
เวลา ๐๖.๐๐ – ๐๘.๐๐ น. ร่วมทำบัญตักบาตรพระสงฆ์ ๙๙ รูป (อาหารแห้ง)
ณ เชิงสะพานมัฆวาน ถึง บริเวณทำเนียบรัฐบาล
เวลา ๐๘.๐๕- ๐๙.๓๐ น. ศาสนพิธีและคำกล่าวจากตัวแทน ๓ ศาสนา
เพืออุทิศส่วนกุศลแด่วีรชนผู้วายชนม์
ที่อุทิศตัวเพื่อสร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ในเหตุการณ์ วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑
ลำดับพิธี (อาจปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม)
ลำดับที่ ๑ เวลา ๐๘.๐๕ – ๐๘.๒๐ น. ตัวแทนฝ่ายคริสต์นำพิธี โดย ………….(อยู่ระหว่างประสานงาน)
ลำดับที่ ๒ เวลา ๐๘.๒๐ – ๐๘.๔๐ น. ตัวแทนฝ่ายอิสลามนำพิธี โดย พันธมิตรมุสลิมบ้านครัว
ลำดับที่ ๓ เวลา ๐๘.๔๐ – ๐๙.๓๐ น. ตัวแทนฝ่ายพุทธนำพิธี โดย พระไพศาล วิสาโล
(ร่าง) เนื้อหาพิธี (เฉพาะฝ่ายพุทธ)
สวดมนต์ทำวัตรเช้า(อย่างย่อ)
กรวดนำอุทิศส่วนกุศลให้ผู้วายชนม์
แสดงพระธรรมเทศนา และเจริญภาวนาร่วมกัน
โยงด้ายสายสิญจน์ รอบทำเนียบรัฐบาล พร้อมประพรมน้ำพระพุทธมนต์
วันที่ ๑๒ ตค บ่ายสอง ที่อนุสรณ์สถาน ๑๔ ตุลา สี่แยกคอกวัว เครือข่ายสังคมไทยพร้อมใจปฏิเสธความรุนแรง นำโดยอาจารย์สุลักษณ์ ศิวลักษณ์ ออกมาแถลงการร่วมเพื่อให้ทุกฝ่ายใช้สันติวิธี ตลอดจนเชิญชวนสื่อมวลชนทุกแขนงและประชาชนทั่วไปร่วมรณรงค์ข้อความ “ใช้สติแก้ปัญหา ใช้ปัญญาลดอคติ” สู่สาธารณะชนโดยผ่านอักษรวิ่งทางโทรทัศน์, แบนเนอร์หน้า ๑ ของหนังสือพิมพ์ หรือสปอตสั้นในรายการวิทยุ หรือส่งข้อความต่อให้คนรู้จักผ่าน sms และ email เพื่อแสดงเจตนารมณ์และพลังในการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี และ ร่วมกันลงนาม “ต้องการสันติ” โทรแจ้ง ๑. ชื่อ-สกุล ๒.ที่ติดต่อ (โทร/แฟกซ์/อีเมล์) ผ่าน call center 082-331-3413 ถึง 9 หรือ 082-331-3458 ถึง 60 หรือช่วยกันรวบรวมรายชื่ออีเมล์ไปที่ thaipeaceaction@gmail.com เพื่อการแสดงพลังสันติของสังคมร่วมกัน ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวทางสันติวิธีได้ที่ www.thaipeaceaction.com
จากเหตุการณ์รุนแรงในการปะทะกันระหว่างภาครัฐ และ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ทำให้เกิดผลกระทบ ความเสียหาย ต่อชีวิต และทรัพย์สิน แม้ว่าเหตุการณ์จะสงบลงแล้ว แต่ก็ยังเหลือ ความไม่เข้าใจ เกิดอคติต่อกันทุกฝ่าย ทั้งนี้ได้มีเพื่อนๆ ผู้รักสันติทั้ง ในนามบุคลและในนามองค์กร รวมตัวกัน จุดเทียนที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยตั้งแต่ คืนวันที่ 7 และ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้สึก และหารือกัน สร้างสรรค์กิจกรรมรณรงค์กระตุ้นให้ทุกคนได้ใช้สติ ลดอคติและร่วมกันแก้ปัญหาความขัดแย้งอย่างสันติวิธี
วันนี้ 10 ตุลาคม 2551 เวลา 18.00-20.00 น กิจกรรม กลุ่มคนผู้รักสันติได้ มารวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อทำกิจกรรม “ มนุษย์อักษรวิ่งรณรงค์ไม่ใช้ความรุนแรง” เพื่อวิ่งแสดงข้อความรณรงค์ไม่ใช้ความรุนแรง เชิญชวนสื่อมวลชน ทุกแขนง นำเสนอข้อความรณรงค์ดังกล่าวสู่สาธารณะชน ในรูปแบบตัวอักษรวิ่งในรายการโทรทัศน์ หรือแบนเนอร์ในหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์ หรือเป็นสปอตสั้น ๆ ในรายการวิทยุ นอกจากนี้ ยังขอให้ประชาชนทุกคนที่ปรารถนาสันติ ช่วยกันส่งข้อความต่อให้คนรู้จัก และผู้ที่เกี่ยวข้อง ในรูปแบบ SMS หรือ EMAIL เพื่อแสดงเจตนารมณ์ ในการสนับสนุน แสดงพลัง ร่วมมือ ร่วมใจ ในการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธีร่วมกัน นอกจากจะเป็นการกระตุ้นเตือนสติคนหมู่มากแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างบรรยากาศสังคมที่วัฒนธรรมสันติภาพด้วย กิจกรรมดังกล่าวได้จัดขึ้นครั้งแรก เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2551 โดยมีผู้มาร่วมกิจกรรมหลากหลายสาขา ตั้งแต่เด็กนักเรียน ประชาชนทั่วไป หรือจากสถาบันต่างๆ รวมทั้ง รศ.ดร.โคทม อารียา, สว.เตือนใจ ดีเทศ, ดร.อมรา พงศาพิชญ์ และ นักสันติวิธี นารี เจริญผลพิริยะ ทั้งหมดวิ่งรวมกันได้ ๑๐๐ รอบ โดยกิจกรรมนี้ จะจัดทำเป็นกิจกรรมต่อเนื่อง ข้อความที่มาผู้วิ่งจะใช้นำเสนอมาเป็นตัววิ่งเพื่อสื่อกับสังคมได้แก่
” ใช้สติแก้ปัญหา ใช้ปัญญาลดอคติ ร่วมแก้ไขความขัดแย้งอย่างจริงใจ”
“LET OUR CONSCIENCE AND COMPASSION GUIDE US THROUGH THE CRISIS”
นอกจากนี้ กลุ่มผู้ร่วมปฏิบัติการยังมีกิจกรรมต่างๆ ที่จะจัดขึ้นตามมา เช่น เวทีวิชาการร่วมกับศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดลและมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม และกิจกรรมรณรงค์สาธารณะต่างๆ โดยเปิดกว้างให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วม เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งที่พวกเราร่วมกันทำครั้งนี้ จะทำให้ทุกคนตระหนักร่วมกันว่า “เราสามารถสร้างสันติด้วยสองมือเรา”
สอบถามเพิ่มเติม
วัฒนา นาคประดิษฐ์ โทร 086-9943322
นารี เจริญผลพิริยะ โทร 081-2962631
ใจสิริ วรธรรมเนียม โทร 086-3311525 Email ThaiPeaceAction@yahoogroups.com
ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ จาก สภานักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ YPD ขอเชิญศาสนิกชนทุกศาสนา ผู้รักสันติออกมาแสดงพลังเมตตาธรรม นำสังคมไทยสุ่สันติ ในว้นที่ 11 ตุลาคม 2551 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ณ ลานปรีดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ สอบถาม ได้ที่โทรศัพท์ 081 406-2626
หกโมงเย็นถึงสองทุ่มครึ่งวันนี้ (๙ ตค) ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลุ่มคนผู้รักสันติรวมตัวกัน นำโดย รศ.ดร.โคทม อารียา, สว.เตือนใจ ดีเทศ, ดร.อมรา พงศาพิชญ์ และอ.นารี เจริญผลพิริยะ วิ่ง ๑๐๐ รอบพร้อมแสดงข้อความรณรงค์ให้ทุกฝ่ายใช้สันติวิธี ตลอดจนเชิญชวนสื่อมวลชนทุกแขนงร่วมรณรงค์ข้อความดังกล่าวสู่สาธารณะชนโดยผ่านอักษรวิ่งทางโทรทัศน์,แบนเนอร์หน้า ๑ ของหนังสือพิมพ์ หรือสปอตสั้นในรายการวิทยุ ส่วนประชาชนที่ปรารถนาสันติสามารถร่วมรณรงค์ได้ด้วยการส่งข้อความต่อให้คนรู้จักผ่าน sms หรือ email เพื่อแสดงเจตนารมณ์และพลังในการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี
ข้อความที่สื่อกับทุกฝ่ายคือ ”ใช้สติแก้ปัญหา ใช้ปัญญาลดอคติ ร่วมแก้ไขความขัดแย้งอย่างจริงใจ” ” Let our conscience and compassion guide us through the crisis” กิจกรรมนี้จะยังดำเนินต่อไปทุกวันเวลาหกโมงเย็นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
หกโมงเย็นวันนี้ (18.00 น.) จะมีกิจกรรมตัววิ่งเพื่อสันติ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมเป็นอาสาตัววิ่ง หรือมาทำข่าวเผยแพร่ ซึ่งขณะนี้มีอาจารย์โคทม อารียา เป็นอาสาสมัครที่จะมาร่วมวิ่งด้วยแล้ว จุดประสงค์เพื่อช่วยกันเตือนสติสังคมไม่ให้ใช้ความรุนแรงและสร้างสันติร่วมกัน
ขอบคุณค่ะ
เมื่อคืน (7 ตค.) มีพวกเราจากกลุ่มปฏิบัติการพื่นที่สันติ (โยนดอกไม้) บางส่วน ร่วมกับเครือสหายใหม่ๆประมาณ 40-50 คน ไปจุดเทียนที่ีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รายละเอียดเมื่อคืนนิดหน่อย และกิจกรรมที่อาจจะทำอีกวันนี้อ่านได้ด้านล่างค่ะ
ริน รายงาน 089-4442295
แนบไฟล์เป็นจดหมายเปิดผนึกที่ใช้อ่านกันเมื่อตอนทุ่มของวันที่ ๗ ตค.นี้ ตรงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย หากใครสนใจจะนำข้อความ หรือข้อเรียกร้อง ช่วยกันส่งต่อสื่อต่างๆ เพื่อเป็นตัววิ่งหน้าจอโทรทัศน์ ก็น่าจะเป็นประโยชน์ไม่น้อย หรือจะส่งต่อเพื่อนๆ/พันธมิตร/ตำรวจ/ทหาร……. เพื่อช่วยกันเตือนสติไม่ให้ใช้กำลังกันก็จะเป็นอีกช่องทางหนึ่ง
หลังจากจุดเทียนกันเสร็จเมื่อตอนทุ่มกว่าๆของคืนวันที่ ๗ ตค. มีข้อเสนอที่จะทำกิจกรรมเพื่อเรียกร้องไม่ให้ใช้ความรุนแรง—
๑. ส่งแฟกซ์ถึงเจ้าหน้าที่
๒. สวดมนต์/ภาวนา
๓. เชิญ/นิมนต์ ผู้นำทางศาสนามาขอบิณฑบาตอาวุธ/ความรุนแรง
๔. ขอปลดอาวุธทั้งสองฝ่าย
๕. อีเมล์ส่งข้อความรณรงค์ “การไม่ใช้ความรุนแรง”
๖. ทำจดหมาย/หนังสือเรียกร้องให้ผู้นำศาสนาออกมาแสดงจุดยืน
๗. ส่ง message ให้พันธมิตร/ ตำรวจ…………………………..
พรุ่งนี้ (๘ ตค.๕๑) อาจจะนัดเจอกันเร็วกว่าคืนวันที่ ๗ ตค.๕๑
สอบถามกิจกรรม วันที่ ๘ ตค.: ใจสิริ วรธรรมเนียม ๐๘-๖๓๑๑๕๒๕ หรือ ปู ๐๒-๘๔๙๖๐๗๕,๐๘-๙๕๘๗๕๗๒๘
จดหมายเปิดผนึก
เรื่อง ขอคัดค้านการใช้ความรุนแรงเพื่อสร้างเงื่อนไขการรัฐประหาร
สืบเนื่องจากการดำเนินการสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่หน้าอาคารรัฐสภาโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ก่อให้เกิดการขาดเจ็บเป็นจำนวนมากทั้งฝ่ายผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ และก่อให้เกิดการขยายตัวของความขัดแจ้ง ความโกรธแค้น จนนำไปสู่สถานการณ์ที่มีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะนี้
กลุ่มนักวิชาการและนักกิจกรรมด้านสันติวิธีมีความเห้นว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นดังกล่าวอาจขยายตัวจนเกิดความสูญเสียชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐได้และอาจถูกนำมาใช้เป็นเงื่อนไขของการนำมาสู่การทำลายระบอบประชาธิปไตย เราจึงขอเรียกร้องดังนี้
๑. พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและคู่ขัดแย้งทางการเมืองฝ่ายต่างๆ จะต้องยุติการสร้างเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดการใช้ความรุนแรงเพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเมืองของตนโดยไม่คำนึงถึงชีวิตประชาชน
๒. รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำหน้าที่รับผิดชอบในการควบคุมการชุมนุมนั้นจะต้องระมัดระวังไม่ใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุม คำนึงถึงความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นและหามาตรการที่เหมาะสมในการควบคุมการชุมนุม
๓. ประชาชนชาวไทยจะต้องร่วมคัดค้านการใช้ความรุนแรงของทั้งสองฝ่ายและเรียกร้อง ให้ทุกฝ่ายหาทางออกจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองโดยวิธีการเจรจาและนำมาสู่การปฏิรูปการเมืองโดยสันติซึ่งเป็นความปราถนาร่วมของคนในสังคมขณะนี้
อนึ่ง วันนี้ (๗ ตุลาคม ๒๕๕๑) นักวิชาการและนักกิจกรรมด้านสันติวิธีผู้ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความ
รุนแรงได้นัดชุมนุมกันเพื่อจุดเทียนและสวดภาวนาที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในเวลา ๑๙.๐๐ น. เป็นต้นไปเพื่อแสดงออกต่อสังคมให้เคารพรัฐธรรมนูญแก้ไขปัญหาตามกรอบกฏหมายและคำนึงถึงหลักสินติวิธีในการแก้ไขความขัดแย้ง
๗ ตุลาคม ๒๕๕๑
ภาพเหตุการณ์ ตชด.ใช้แก๊สน้ำตายิงเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งชุมนุมกันบริเวณด้านนอกรัฐสภา เมื่อช่วงเช้านี้ (7 ต.ค.) เพื่อสลายการชุมนุมเปิดทางการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก บางรายถึงกับขาขาด
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ใช้ระเบิดควัน ระเบิดปิงปอง ระเบิดพลาสติก โยนเข้ามาเพื่อหวังสลายการชุมนุม จึงทำให้เศษระเบิดที่แตกกระจายบาดตามร่างกายประชาชนจนได้รับบาดเจ็บในบางรายถึงกับขา-นิ้ว ขาด
ซึ่งขณะนี้มีผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บจากการสลายการชุมนุม เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล 41 คน รวมทั้งชายวัย 30 เศษ ที่มีอาการสาหัส ขาเกือบขาด โดยทางโรงพยาบาลได้ระดมเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังมี 1 รายมอาการชัก เข้ารักษาที่โรงพยาบาลราชวิถีที่มา http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000118779 
















